• กุมภาพันธ์ 3, 2022

News

News

News กระทรวงสิ่งแวดล้อมเชิญชวนประชาชนและชุมชนร่วมกันปลูกป่าเพื่อสร้างรายได้ระยะยาวในอนาคตจากการซื้อขายคาร์บอนเครดิต โดยวางเป้าดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากพื้นที่ป่าภายในปี 2580 จำนวน 120 ล้านตันคาร์บอนเทียบเท่า มีพื้นที่เป้าหมายที่มีศักยภาพกว่า 1.1 ล้านไร่ เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)
เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการขับเคลื่อนและบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตจากมาตรการการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2565โดยได้ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานเร่งสร้างความเข้าใจกับบุคลากรและประชาชนเกี่ยวกับแนวคิดคาร์บอนเครดิต และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
รวมทั้งเชิญชวนประชาชนและชุมชนร่วมกันปลูกป่าเพื่อสร้างรายได้ระยะยาวในอนาคต
จากการซื้อขายคาร์บอนเครดิต โดยเชื่อว่า มูลค่าคาร์บอนเครดิตจะสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน
พร้อมมอบหมายให้กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทบทวนศักยภาพการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของป่าแต่ละประเภทให้เป็นปัจจุบันมากที่สุด
ตลอดจนจัดทำหลักเกณฑ์ในการจัดสรรพื้นที่การปลูก อนุรักษ์ และฟื้นฟูป่าไม้ให้แก่หน่วยงานภายนอก รวมทั้งแนวทางการแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังได้ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานเร่งสำรวจพื้นที่เป้าหมายสำหรับการกักเก็บคาร์บอนโดยเร็ว พร้อมทั้งจัดส่งข้อมูลพื้นที่ที่มีความพร้อมดำเนินการในปี 2565 และแผนการดำเนินงานให้กับฝ่ายเลขานุการฯ ภายในวันที่ 18 ก.พ. 2565 เพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมาย การดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ในภาคป่าไม้
และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ภายใต้ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนา
แบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถดูดกลับก๊าซเรือนกระจก
ได้ 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี 2580 โดยในปัจจุบันมีพื้นที่เป้าหมายของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ที่มีศักยภาพจำนวนกว่า 1.1 ล้านไร่ และมีความพร้อมดำเนินการในปี 2565 มากกว่า 6 แสนไร่ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดูดกลับก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 181,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

News s s

News นักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกได้สร้างฐานข้อมูลป่าไม้ที่ใหญ่ที่สุดของโลกขึ้นมาใหม่ โดย ตีพิมพ์ ใน วารสาร
” (P r o c e e d i n g s – o f – t h e – N a t i o n a l – A c a d e m y – o f – S c i e n c e s) ” (‘P N A S’)
เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2022 พบว่ามีต้นไม้ยังไม่ถูกค้นพบอีกประมาณ 9,200 สายพันธุ์โดยส่วนใหญ่อยู่ในอเมริกาใต้
ขณะเดียวกัน มีต้นไม้ที่ถูกค้นพบแล้ว ในปัจจุบันประมาณ 73,300 สายพันธุ์
ซึ่งมากกว่าที่เคยจัดประเภทไว้ 14% ส่วนพันธุ์ไม้ที่ยังไม่ถูกค้นพบอยู่ในอเมริกาใต้ประมาณ 40% หรือประมาณ 4,000 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นสัดส่วนของต้นไม้ที่เข้าถึงพื้นที่ยากมากกว่าทวีปอื่น ๆ
นอกจากนั้นอเมริกาใต้ยังมีต้นไม้หายากจำนวนมากที่สุดประมาณ 8,200 สายพันธุ์
โดย ปีเตอร์ ไรช์ นักนิเวศวิทยาป่าไม้แห่งมหาวิทยาลัยมินนิโซตาและมหาวิทยาลัยมิชิแกน
กล่าวว่า ต้นไม้หลายชนิดในอเมริกาใต้ที่ไม่รู้จักเหล่านี้จะอยู่ในเขตป่าชื้นเขตร้อน
และกึ่งเขตร้อนของลุ่มน้ำแอมะซอน รวมทั้งป่าแอนดีสที่ระดับความสูง 1,000 – 3,500 เมตร ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก
นั่นทำให้การอนุรักษ์ป่าแอมะซอนเป็นเรื่องเร่งด่วนอย่างยิ่ง เนื่องจากการตัดไม้ การเผาป่า
และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ทำให้ป่าฝนลดลงประมาณ 17% ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา และพบสถิติการตัดไม้ทำลายป่าถึงจุดสูงสุดเมื่อปีที่แล้วนับตั้งแต่ปี 2006

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวNews น่าอ่านแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> oprst ขอบคุณที่รับชม .

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น