• สิงหาคม 14, 2021

CTXT

CTXT

CTXT คงจำกันได้ว่าเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมานี้
สำนักข่าว AFP (Agence France Press)
เผยข้อมูลจากเอกสารหลุดที่เป็นเนื้อหาสรุปจากรายงานของ IPCC
(คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) มีเนื้อหาที่น่าตกใจก็คือ “สิ่งมีชีวิตบนโลกสามารถฟื้นตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งใหญ่ได้ด้วยการวิวัฒนาการไปสู่สายพันธุ์ใหม่และสร้างระบบนิเวศใหม่ แต่มนุษยชาติจะไม่สามารถทำแบบนั้นได้” ซึ่งหมายถึงว่า เราจะไม่รอดจากวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้น
.
อีก 2 เดือนต่อมามีเอกสารหลุดออกมาอีกฉบับเผยแพร่โดย CTXT รายงานนี้ไม่ใช่รายงานของ IPCC ที่เพิ่งเผยแพร่ออกมา แต่เป็นเนื้อหาขั้นสุดท้ายที่จะเผยแพร่ในเดือนมีนาคม 2565 ซึ่ง CTXT สื่อในสเปนตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลที่รั่วไหลออกมาแสดงให้เห็นว่า มีคนจำนวนมากในองค์กรเองที่กังวลอย่างมากเกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉินในปัจจุบัน มันจึงถูกนักวิทยาศาสตร์กลุ่มเล็ก ๆ ปล่อยข้อมูลออกมาผ่านสาขา Scientist Rebellion (กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ขบถ) ของสเปน ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งของขบวนการ Extinction Rebellion
.
เนื้อหาที่หลุดอกมาคร่าว ๆ มีดังนี้ (เนื้อหาในเครื่องหมาย “…” คือยกมาจากรายงานที่หลุดออกมา ส่วนที่ไม่มีเครื่องหมาย “…” คือการสรุปของ CTXT)
.
1) ภาวะโลกร้อนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์จำลองของการปล่อยมลพิษต่าง ๆ ตั้งแต่น้อยกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ถึงมากกว่า 5 องศาเซลเซียสภายในปี 2643 เมื่อเทียบกับระดับก่อนอุตสาหกรรมยังมีสถานการณ์ที่ไม่มีนโยบายด้านสภาพอากาศใหม่มาแก้ปัญหา จะนำไปสู่ภาวะโลกร้อนโดยเฉลี่ยระหว่าง 3.3 องศาเซลเซียส และ 5.4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ประมาณ 1.5 องศาเซลเซียส การเพิ่มเพียง 2 องศาก็เหมือนกับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในร่างกายมนุษย์เกือบ 5 องศา
.
2) “การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จำเป็นจะต้องถึงระดับสูงสุดก่อนปี 2568
หรือในอีก 4 ปี และเพื่อให้ถึงศูนย์สุทธิระหว่างปี 2593″
.
3) “ไม่ควรสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือก๊าซใหม่ และโรงงานในปัจจุบันควรลดอายุการใช้งาน”
.
4) รายงานยังชี้ว่า ยังมีการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เน้นการปล่อยมลพิษ เช่น การบินที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 28.5% จากปี 2553 ถึง 2563 ซึ่งการปล่อยมลพิษจากการบินมีส่วนทำให้ก๊าซเรื่อนกระจกเพิ่มขึ้นอย่างมากเพราะเป็นการปล่อยก๊าซในระดับชั้นบรรยากาศโดยตรง
.
5) มีความคาดหวังว่า จะสามารถเปลี่ยนจากรถยนต์ทั่วไปเป็นรถยนต์ไฟฟ้าได้ ส่วนเครื่องจักรกลหนักเป็นที่ทราบกันดีว่า ยังไม่มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาทดแทน จึงควรทำการวิจัยเพิ่มเติม รายงานมีการกล่าวถึงความเสี่ยงที่วัสดุแบตเตอรี่ที่สำคัญจะหมดไป และต้องใช้วัสดุรีไซเคิลเป็นอย่างมาก
.
6) รายงานระบุว่า เพื่อให้บรรลุการปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์นั้นจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีการดักจับและการกักเก็บคาร์บอนในระดับหนึ่ง (เทคโนโลยี CDR-CCS-BECCS) แต่ขณะนี้เทคโนโลยีนี้ไม่ได้พัฒนาไปไกลมากนัก
.
7) “การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ดำเนินการในระดับโลกนั้นไม่เพียงพอต่อการบรรลุวัตถุประสงค์
ด้านสภาพภูมิอากาศหรือการพัฒนา ตั้งแต่ปี 2553 ต้นทุนของเทคโนโลยีหมุนเวียนได้ลดลงเหนือความคาดหมาย (โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ -87% และแบตเตอรี่ -85%) แต่โดยรวมแล้ว แสงอาทิตย์และลมคิดเป็น 7% ของการจ่ายไฟฟ้าทั้งหมด (ของพลังงานหมุนเวียน)”
.
รายงานยอมรับว่า ยังมีปัญหาเกี่ยวกับพลาสติกที่แก้ไขไม่ได้
.
9) “การเติบโตของการใช้พลังงานและวัสดุต่าง ๆ เป็นสาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจก (GHG)
การแยกส่วนทำให้เกิดการขยายตัว (ของ GHG) จากการใช้พลังงานเพียงเล็กน้อย
[และส่วนใหญ่ได้รับแรงกระตุ้นจากการย้ายฐานการผลิต] ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการเติบโตของเศรษฐกิจและจำนวนประชากรได้”
.
10) “การต่อสู้กับความยากจนด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องที่ไปด้วยกันได้
นี่เป็นเพราะว่าผู้ปล่อยก๊าซรายใหญ่ที่ร่ำรวยที่สุด คือคนที่รวยที่สุด 10% ซึ่งปล่อยก๊าซมากกว่าคนจนสุด 10% ถึงสิบเท่า นั่นคือเหตุผลที่การเพิ่มการบริโภคของผู้ยากจนที่สุดถึงระดับการยังชีพขั้นพื้นฐานจะไม่เพิ่มการปล่อยมลพิษมากนัก”
.
11) รายงานที่ยอมรับโดยปริยายว่า สถานการณ์ที่ต้องมีการต่อสู้กับโลกร้อนจะต้องมีการสูญเสีย GDP ทางเศรษฐกิจ แต่รายงานชี้ให้เห็นว่า “สถานการณ์เหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าความผาสุกจะลดลง แต่เป็นการมีสวัสดิภาพที่ดีขึ้น” ซึ่งนี่คือสถานการณ์จำลองที่มนุษยชาติจะต้องลดการขยายตัวทางเศรษฐกิจลงเพื่อแลกกับชีวิตของพวกเรา
.
นอกจากนี้ในรายงานยังระบุด้วยว่า ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันดับต้น ๆ ทั่วโลกมาจากผู้มั่งคั่งและประเทศร่ำรวยในสัดส่วนระหว่าง 36- 45% ของการปล่อยก๊าซทั้งหมด ซึ่งมากเป็น 10 เท่าของกลุ่มที่ยากจนที่สุด 10% ที่มีส่วนเพียงประมาณ 3-5%
.
ทางแก้ง่ายๆ ที่ได้เสนอไว้ก็คือการละเว้นการใช้ความร้อนที่สูงเกินไปหรือบ้านที่เย็นเกินไป หันมาการเดิน ขี่จักรยาน การตัดการเดินทางทางอากาศ และการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานน้อยลง ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญในการลดการปล่อยมลพิษ
.
นอกจากนี้รูปแบบการบริโภคก็ต้องปรับ เช่น การเปลี่ยนไปกินอาหารโปรตีนจากพืชในปริมาณที่สูงกว่าการบริโภคแคลอรีมากเกินไปและอาหารจากสัตว์ เพื่อนำไปสู่การลดการปล่อยมลพิษลง ในขณะที่ยังให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งอาหารจากพืชสามารถลดการปล่อยมลพิษได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับอาหารของโลกตะวันตก

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวCTXT น่าอ่านแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> oprst ขอบคุณที่รับชม .

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *