• ตุลาคม 14, 2021

เอิร์ธไชน์

เอิร์ธไชน์

โลกของเรามีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “เอิร์ธไชน์” (earthshine) ซึ่งเป็นแสง
ที่โลกสะท้อนจากทะเล พื้นดิน หรือเมฆไปยังพื้นผิวด้านมืด
ของดวงจันทร์ แสงนี้โลกก็สะท้อนมาจากดวงอาทิตย์อีกต่อหนึ่ง แต่ตอนนี้โลกของเราเริ่มที่จะมีเอิร์ธไชน์ลดลง พูดง่าย ๆ คือโลกเรามัวลงนั่นเอง
.
นักวิทยาศาสตร์ที่หอดูดาว Big Bear Solar ในแคลิฟอร์เนียตอนใต้
ได้ศึกษาว่า “เอิร์ธไชน์” เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรตั้งแต่ปี 2541 ตั้งแต่ความเปลี่ยนแปลงในระดับรายวันไปจนถึงระดับทศวรรษ พวกเขาพบว่า เมฆเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ “เอิร์ธไชน์” ลดลง และทำให้โลกเจิดจ้าน้อยลง
.
ตลอดช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาปริมาณแสงที่โลกสะท้อนออกไปลดลงประมาณ 0.5% หรือแสงน้อยกว่าประมาณครึ่งวัตต์ต่อตารางเมตร การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และแสดงให้เห็นว่า การสะท้อนแสงลดลงอย่างมากในตอนท้ายของการรวบรวมข้อมูลคือปี 2562
.
ศ.ฟิลิป กูด
แห่ง New Jersey Institute of Technology
และหัวหน้าทีมวิจัยของการศึกษานี้บอกว่า “การลดลงของอัลเบโดทำให้เราประหลาดใจอย่างมาก
เมื่อเราวิเคราะห์ข้อมูลในช่วง 3 ปีหลัง หลังจาก 17 ปีที่อัตราอัลเบโดเกือบจะแบนราบ” กู๊ดกล่าว
.
นั่นหมายความว่า “อัลเบโด” เกือบจะไม่มีเลย อัลเบโด (albedo) คืออัตราส่วนระหว่างปริมาณแสงที่วัตถุสะท้อนหรือกระเจิงต่อปริมาณแสงที่วัตถุนั้นดูดซับเอาไว้ ในที่นี้หมายถึงความสามารถของโลกในการสะท้อนแสงหรือการทำให้เกิดเอิร์ธไชน์
.
ข้อมูลของ CERES ระบุว่า มีการสูญเสียระดับความสว่างในกลุ่มเมฆ
ในระดับความสูงต่ำเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก นอกชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกา ซึ่งจุดนั้นนักวิทยาศาสตร์ยังพบสถิติอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นอย่างมากที่พื้นผิวมหาสมุทร หมายความว่า ยิ่งโลกร้อนขึ้นมันยิ่งทำให้โลกสะท้อนแสงน้อยลง
.
ตามความเข้าใจง่าย ๆ หลายคนคงคิดว่าโลกมีแสงจ้า
มันคงจะร้อนกว่าโลกที่มืดมัวลง แต่ตรงกันข้ามกันเลย การที่โลกมีแสงจ้ามาก
และสะท้อนไปยังที่อื่น เช่น ดวงจันทร์ หมายความว่า โลกของเราเหมือนตึกที่มีฉนวนที่ฉาบไว้ด้วยกระจกหรือสีขาว เมื่อแสงอาทิตย์พุ่งมายังโลกฉนวนเหล่านั้นก็จะสะท้อนแสงออกไป
.
เมื่อโลกร้อนขึ้นทำให้เกิดเมฆน้อยลงทำให้ฉนวนตามธรรมชาติหายไป โลกจึงไม่สะท้อนแสงและทำให้มันอมความร้อนเข้ามา ผลก็คือมหาสมุทรร้อนขึ้น อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศก็ร้อนขึ้น
.
รายงานชี้ว่า “ความเข้มของดวงอาทิตย์” การสะท้อนแสงหรือ “อัลเบโด”
ของโลก และ “เรือนกระจก” บนชั้นบรรยากาศเป็นองค์ประกอบหลักสามประการของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่การสะท้อนแสงหรืออัลเบโดเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เข้าใจได้น้อยที่สุด
.
นั่นเพราะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก มันจึงอธิบายแบบเป็นเส้นตรงไม่ได้ เพราะขณะที่เมฆน้อยลงทำให้โลกร้อนขึ้น แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังหวังว่า เมื่อโลกร้อนขึ้นจริง ๆ แล้วอาจนำไปสู่ภาวะที่มีเมฆมากขึ้นและจากนั้นจะมีอัลเบโดที่สูงขึ้นซึ่งจะช่วยจัดการภาวะโลกร้อนในระบบภูมิอากาศโดยการสะท้อนความร้อนออกจากโลกมากขึ้น
.
พูดง่าย ๆ ก็คือพวกเขาหวังจะให้โลกเยียวยาตัวเอง แต่ยังเป็นแค่ความคาดหวังเพราะอย่างที่เรารู้ก็คือเรายังไม่รู้เรื่องอัลเบโดมากพอ

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวเอิร์ธไชน์ น่าอ่านแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> oprst ขอบคุณที่รับชม .

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *