• กรกฎาคม 9, 2021

เจรจา

เจรจา

ศาสตร์แห่งความเงียบ ที่ผู้ชนะบนโต๊ะ เจรจา เท่านั้นที่รู้

การมีทักษะคือสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญมาก เเต่เเทบไม่มีสอนกันในโรงเรียน ก็คือ “ทักษะการ เจรจา ต่อรอง” เพราะคนเรามีการต่อรองกันตลอดทั้งวัน ตั้งแต่การต่อรองกับครอบครัวว่าใครจะเป็นคนล้างจาน ต่อรองกับเพื่อนว่าใครจะเป็นคนทำงานดึก ต่อรองกับอาจารย์ให้เลื่อนเวลากำหนดส่งงาน ต่อรองกับพนักงานขายให้ลดราคาสินค้า ต่อรองเงินเดือนกับนายจ้าง จนทระทั่งต่อรองทางธุรกิจ แน่นอนว่าเมื่อคนส่วนใหญ่ไม่มีทักษะในด้านนี้ มันจึงทำให้คนเหล่านั้นมักตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบคนที่ต่อรองเก่งเสมอ

แต่อย่างไรก็ตาม การเจรจาต่อรองนั้นไม่มีหลักการตายตัวที่สามารถใช้ได้กับทุกสถานการณ์ เพราะแต่ละกลยุทธ์มันขึ้นอยู่กับบริบทและสไตล์ของแต่ละคน แต่กลยุทธ์หนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นอาวุธที่ทรงพลังและสามารถใช้ได้เกือบทุกการเจรจาต่อรอง นั่นก็คือ “ความเงียบ”

การเงียบนี้ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดที่ควรจะนำเข้าสู่โต๊ะเจรจาต่อรอง ถึงขนาดที่ The Washington Post เคยมีบทความหนึ่งที่ชื่อว่า “Powerful Tools a Negotiator Has is Silence  หรือ เครื่องมืออันทรงพลังที่คู่เจรจาควรมี ก็คือ ความเงียบ” ออกมาเลยทีเดียว

แต่ความเงียบในที่นี้ ก็ไม่ใช่ไปนั่งมองตากันแล้วเงียบอย่างเดียว แต่เราต้องใช้ความเงียบให้เป็นด้วย ซึ่งในพอดแคสต์ของช่อง Taksa Academy ก็ได้สรุปข้อดีของการใช้ความเงียบในการเจรจาต่อรองเอาไว้ 3 ข้อ คือ

1) การแสดงถึงความมั่นใจ คือ ความเงียบนั้นมันเป็นการสื่อให้อีกฝ่ายเห็นถึงความมั่นใจของเรา แต่การเงียบในที่นี้ อวัจนภาษา สีหน้า แววตา ท่าทางของเราต้องสื่อถึงความมั่นใจด้วย ไม่ใช่เงียบแต่หลบสายตา ทำท่าทางลุกลี้ลุกลน แบบนี้เขาจะรู้ทันทีว่าเราไม่มีความมั่นใจในตัวเอง

2) แสดงให้เห็นว่ากำลังฟัง และ เหมือนเป็นการโยนความกดดันไปให้เขา เพราะการที่เรากำลังเงียบเพื่อฟัง นั่นหมายความว่ามันถึงเวลาที่เขาต้องพูดอะไรบางอย่างออกมา

3) เป็นการคาดหวังให้เกิดการตอบรับ และ เป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อบีบให้อีกฝ่ายรีบตัดสินใจ

ศาสตร์แห่งความเงียบ ที่ผู้ชนะบนโต๊ะ เจรจา เท่านั้นที่รู้

ความเงียบใช้ให้เป็นประโยชน์เวลาต้องเข้าสู่การ เจรจา ต่อรอง

อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งจาก New Dawn Partners ได้บอกเอาไว้ว่า มีคนจำนวนมากคิดเป็น 75 – 80 เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่ใช้ความเงียบให้เป็นประโยชน์เวลาต้องเข้าสู่การ เจรจา ต่อรอง ส่วนคนอีกส่วนหนึ่งคิดเป็น 15 เปอร์เซ็นต์ มีการใช้ความเงียบในการเจรจาต่อรอง แต่ไม่สามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ และมีคนเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่สามารถใช้ความเงียบในการเจรจาต่อรองได้อย่างมีประสิทธิผล แต่การใช้ความเงียบในการเจรจานั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะมานั่งเงียบกันอย่างเดียว เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นมันคงจะไม่ถูกกาลเทศะสักเท่าไหร่ New Dawn Partners จึงวิเคราะห์ออกมาว่าเราควรจะใช้ความเงียบอย่างไรถึงจะถูกจังหวะในการเจรจาต่อรอง โดยแบ่งออกเป็น 2 เหตุการณ์ ดังนี้

เหตุการณ์ที่ 1 หลังจากที่ยื่นข้อเสนออะไรบางอย่างให้ฝ่ายตรงข้าม  เช่น คุณกำลังยื่นข้อเสนอให้นายจ้างเพื่อขอขึ้นเงินเดือน แล้วเห็นเจ้านายกำลังเงียบและนั่งครุ่นคิดอยู่ ก็ควรเงียบเสียก่อน แต่คนส่วนใหญ่เวลายื่นข้อเสนอไปแล้วเห็นอีกฝ่ายเงียบ ก็มักจะเกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง ทำให้เริ่มออกอาการลุกลี้ลุกลน พอทำตัวไม่ถูกก็เลยต้องพยายามพูดให้เหตุผลมากมายเพื่อทำลายเดดแอร์ กลายเป็นว่าคนที่ยื่นข้อเสนอนั้นแหละพูดมากไปเอง จนสุดท้ายพอไม่มั่นใจในตัวเอง ก็เลยเปลี่ยนใจปฏิเสธข้อเสนอที่ยื่นไปเสียเอง แล้วเป็นคนเดินออกจากห้องไปเองทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ

ฉะนั้น ถ้าคุณเพิ่งยื่นข้อเสนออะไรบางอย่างไป ให้ลองเงียบดูก่อน เพื่อให้เวลาอีกฝ่ายได้คิดนะครับ

เหตุการณ์ที่ 2 ใช้ความเงียบหลังจากถามคำถาม การเงียบหลังจากที่เราเพิ่งโยนคำถามบางอย่างให้อีกฝ่าย ก็เพื่อให้เวลาเขาได้คิด ในขณะเดียวกันก็เป็นการทำให้เขาอึดอัดและต้องรีบตัดสินใจให้คำตอบ แต่หลายครั้งเวลาถามคำถามไป คนที่อึดอัดก็มักจะเป็นคนถามเอง เพราะเห็นอีกฝ่ายเงียบก็เลยกลัวไปเอง ทั้งที่บางทีอีกฝ่ายอาจจะแค่ยังนึกไม่ออกก็ได้ จนสุดท้ายคนที่ถามคำถามนั้นแหละกลับเป็นฝ่ายพูดก่อนแล้วก็เป็นฝ่ายยอมไปเอง ทั้งที่ฝ่ายตรงข้ามยังไม่ได้ตอบอะไรเลย

ฉะนั้น เวลาถามคำถามอะไรไป ลองใช้ความเงียบดูก่อน เพราะมันอาจจะทำให้คุณได้คำตอบที่ดีกว่าที่คาดหวังเอาไว้ก็ได้

ความเงียบใช้ให้เป็นประโยชน์เวลาต้องเข้าสู่การ เจรจา ต่อรอง

การใช้ความเงียบในการเจรจาต่อรองก็ต้องมีจังหวะ

เมื่อรู้แล้วว่าสถานการณ์ไหนที่เราควรจะเงียบ คราวนี้ลองมาดูกันว่า แล้วเราควรจะเงียบนานแค่ไหน เพราะการใช้ความเงียบในการ เจรจาต่อรองก็ต้องมีจังหวะของมัน  ไม่ใช่ต่างคนต่างเงียบแล้วนั่งมองหน้ากันเป็นชั่วโมง โดยระยะเวลาของการเงียบจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้

ระยะที่ 1 ตั้งแต่ 35 วินาที

ความเงียบในช่วงตั้งแต่ 3 – 5 วินาที คือ ช่วงเวลาที่ความเงียบเริ่มใช้ได้ผล เพราะมันเหมือนเรากำลังร่ายเวทมนต์ใส่ฝ่ายตรงข้ามอยู่ จนทำให้ฝ่ายตรงข้ามเริ่มเกิดความอึดอัดในการเจรจาครั้งนั้น และเป็นการส่งสัญญาณให้คู่ฝ่ายตรงข้ามรับรู้ว่าเขาจะต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างแล้ว แต่ในทางกลับกับคนที่ถูกฝึกให้คุ้นเคยกับความเงียบแล้ว อาจจะไม่รู้สึกอึดอัดกับความเงียบในช่วงเวลานี้ และยังสามารถควบคุมสติและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ความเงียบกำลังดำเนินได้อยู่

ระยะที่ 2 ตั้งแต่ 512 วินาที

ความเงียบในช่วงตั้งแต่ 5 – 12 วินาที ถือเป็นช่วงที่ดีที่สุด เพราะเวทมนต์ที่เรากำลังร่ายนั้น กดดันให้เขาอึดอัดจนทำให้เขาต้องตั้งใจที่จะตอบคำถามเรามากขึ้น ซึ่งมันส่งผลให้เราได้รับคำตอบที่มีประสิทธิผลตามที่เราคาดหวังมากขึ้น

ระยะที่ 3 ตั้งแต่ 12 วินาที เป็นต้นไป

ความเงียบในช่วงตั้งแต่ 12 วินาที เป็นต้นไป นั่นหมายความว่าประสิทธิผลของความเงียบนั้นจะเริ่มลดลงแล้ว แล้วก็จะลดลงตามเวลาที่นานขึ้น ซึ่งความอึดอัดในช่วงเวลานี้จะเป็นความอึดอัดที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ แล้วถ้าเกิดมันเงียบได้ไปจนถึงจุดที่ 45 – 60 วินาที มันก็ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องทำลายความเงียบนั้นลง

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเป็นฝ่ายยอมในการเจรจาครั้งนั้นเสมอไป อาจจะเป็นไปได้ที่คุณจะตอบกลับไปว่า “เอาเป็นว่าเรามาคุยเรื่องนี้ตอนจบก็แล้วกัน” จะเห็นว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายยอม แต่เราแค่ยื้อเวลาออกไปก่อน ซึ่งตรงนี้มันจะเป็นเรื่องของการใช้ศิลปะและประสบการณ์ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณต้องฝึกฝน

ระยะที่ 3 ตั้งแต่ 12 วินาที เป็นต้นไป

จะว่าไปแล้วการเจรจาต่อรองมันก็ไม่ได้วัดกันที่ว่าใครพูดมากกว่ากัน เอาเข้าจริง ๆ คนที่พูดก่อนนั้นแหละมักจะมีแนวโน้มที่จะเป็นฝ่ายแพ้และต้องยอมมากกว่า เพราะยิ่งพูดมากเท่าไหร่ ก็เหมือนจะยิ่งเผยให้เห็นจุดอ่อนของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น สุดท้ายการเจรจาต่อรองมันจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้คุมเกมเสมอ และการใช้ความเงียบให้เป็นที่แหละจะทำให้เราสามารถเป็นฝ่ายคุมเกมได้ อย่างคำกล่าวที่ว่า “เงียบให้ถูกจังหวะ คนชนะไม่พูดมาก”

อย่างไรก็ตาม การ เจรจา ต่อรองนั้นไม่มีหลักการไหนตายตัวที่สามารถใช้ได้กับทุกสถานการณ์ ถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องฝึกฝนและใช้ประสบการณ์มากพอสมควร ถึงกระนั้นมันก็เป็นทักษะที่ทุกคนฝึกฝนกันได้ และบอกเลยว่ามันเป็นสิ่งที่คุณจำเป็นต้องมี เพราะถ้าคุณเจรจาไม่เป็นสุดท้ายคุณจะกลายเป็นคนที่เสียเปรียบตลอดไป

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวเจรจา น่าอ่านแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> oprst ขอบคุณที่รับชม .

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *